Acetyl L-Carnitine 400 mg with Alpha Lipoic Acid 200 mg / 30 Capsules ( Puritan 's Pride )

รหัสสินค้า : 066070
ราคา : 510.00 บาท
รายละเอียดสินค้า

สองแรงประสานกับกรดอมิโนกลุ่มแอลคาร์นิทีนที่มีคุณสมบัติเด่นด้านการสร้างกล้ามเนื้อลดน้ำหนัก โดยที่มีคุณสมบัติการลดน้ำหนักและเผาผลาญได้ดีกว่าแอลคาร์นิทีนทั่วไป มารวมกับ Alpha lipoic acid  ที่ดูแลเรื่องผิวพรรณ ฝ้า ตกกระและสิวอักเสบ ลดรอยแผลเป็น จึงเหมาะกับบุคคลที่ต้องการควบคุมน้ำหนักตัวและแก้ปัญหาผิวหน้าไปพร้อมกัน

แอล-คาร์นิทีนL-carnitine

        แอล-คาร์นิทีน (L-carnitine) ถูกค้นพบเมื่อต้นศตวรรษที่ 20 โดยนักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซียที่ชื่อว่า “Gulewitsch” และ “Krimberg” ทำหน้าที่เป็นสารอาหารเพื่อขนส่งกรดไขมันโมเลกุลยาวเข้าไปในศูนย์กลางของการผลิตพลังงานของเซลล์ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ “ไมโตครอนเดรีย”

L-Carnitine คืออะไร?

L-Carnitine คือสารที่มีลักษณะคล้ายกรดอะมิโนและวิตามินบี ซึ่งสามารถอยู่ได้ทั้งชนิดของ D- และ L- isomers (Isomers คือ สารประกอบที่มีสูตรโมเลกุลเหมือนกันแต่มีคุณสมบัติทางเคมีและฟิสิกส์ต่างกัน เนื่องจากตำแหน่งของอะตอมในโมเลกุลต่างกันแต่มีเพียง L-Isomers เท่านั้น ซึ่งเป็น L-Carnitine ที่พบในธรรมชาติ และมีประสิทธิภาพตามแนวชีววิทยา ในขณะที่ D-form จะไม่มีปฏิกิริยาทางชีววิทยา และเนื่องจากมีผลในทางลบ จึงมีการห้ามจำหน่าย D- Carnitine และ D, L-Carnitine ในสหรัฐอเมริกา

แอล-คาร์นิทีนช่วยเปลี่ยนไขมันในร่างกายให้เป็นพลังงาน ซึ่งส่วนใหญ่ถูกใช้ในการทำงานของกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย ร่างกายสามารถผลิตแอล-คาร์นิทีนได้ในตับและไต และเก็บไว้ในกล้ามเนื้อลาย หัวใจ สมอง และสเปิร์ม

งานวิจัยทางการแพทย์ ยืนยันถึงประโยชน์ของการใช้  แอล-คาร์นิ louboutin pas cher , sac louis vuitton soldes , longchamp soldes , sac longchamp pas cher ทีน L-carnitine ในกรณีผู้ป่วยที่มีปัญหากล้ามเนื้ออ่อนแรงจนไม่สามารถตั้งศีรษะให้ตรงได้ ซึ่งหลังจากใช้ แอลคาร์นิทีน ขนาด 2 กรัม/วัน อาการดังกล่าวก็หายไป หรือในหมู่นักกีฬา สามารถเพิ่มแรงสำหรับการออกกำลังกายหนักๆ เช่น วิ่งมาราธอน นอกจากนี้การใช้ L-carnitine ยังช่วยให้การทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจดีขึ้น

บทบาทของการลดน้ำหนักและลดไขมันสะสม ดูเหมือนว่า L-carnitine จะเป็นคำตอบที่ดีของคุณๆ ที่ต้องการจะลดน้ำหนักด้วยสารธรรมชาติ มีการทดลองนำเอาเซลล์ไขมัน (Adipose Tissue) ของคนอ้วนมาวิเคราะห์ พบว่าในเนื้อเยื่อดังกล่าวแทบจะไม่มี Carnitine เหลืออยู่เลย กลไกการลำเลียงไขมันเพื่อนำไปใช้ หากถูกขัดขวางด้วยวิธีใดก็ตาม จะทำให้เกิดการสะสมของไขมันได้ แต่หากให้สารชนิดนี้เพิ่มเข้าไป จะทำให้อัตราการเผาผลาญของไขมันสะสมมากขึ้น

มีงานวิจัยหลายชิ้นสนับสนุนผลการลดไขมันสะสมในคนอ้วน โดยการศึกษาดังกล่าว นักวิจัยได้แบ่งวัยรุ่นที่อ้วนเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก ให้รับประทาน L-carnitine ขนาด 2 กรัมต่อวัน อีกกลุ่มให้ยาหลอก (Placebo) โดยทั้งสองกลุ่มถูกจำกัดอาหารให้มีแคลอรีเท่าๆ กัน และมีการออกกำลังกายขนาดปานกลางเหมือนกัน หลังจากนั้น 3 เดือน จึงวัดน้ำหนักตัวอีกครั้ง พบว่ากลุ่มที่ได้รับ L-carnitine น้ำหนักตัวลดลงเฉลี่ย 11 ปอนด์ ขณะที่อีกกลุ่มลดลงเฉลี่ยไม่ถึง 2 ปอนด์ ซึ่งปริมาณไขมันในกระแสเลือดก็ลดลงด้วย

กลไกการทำงานของกรดอะมิโนแอลคาร์นิทีน 

การศึกษาทางการแพทย์พบว่า ร่างกายจะนำเอากรดไขมันอิสระ (Free Fatty Acids) ที่อยู่ในกระแสเลือดเข้าสู่เซลล์เพื่อสร้างเป็นพลังงานสำหรับการทำงานหรือกิจกรรมต่างๆ ซึ่งความสามารถของเซลล์ในการนำเอากรดไขมันอิสระที่อยู่ในกระแสเลือดเข้าสู่เซลล์เพื่อนำไปเผาผลาญเป็นพลังงานต่อไปนั้น ขึ้นอยู่กับสารประกอบทางเคมีตัวหนึ่งที่มีสูตรโครงสร้างหลักเป็นกรดอะมิโนแอลคาร์นิทีน โดยสารเคมีเชิงซ้อนดังกล่าวจะอยู่บริเวณเยื่อหุ้มเซลล์ และเยื่อหุ้มไมโตคอนเดรีย(Mitochondria Membrane) และมีหน้าที่ในการนำพาโมเลกุลของไขมันอิสระเข้าสู่เซลล์และเข้าสู่ไมโตคอนเดรีย 

บางครั้งจึงเรียกสารประกอบเชิงซ้อนที่มีโมเลกุลของกรดอะมิโนแอลคาร์นิทีนเป็นโครงสร้างหลักนี้ว่า โปรตีนตัวพา(Carrier Proteins) และพบว่าหากเยื่อหุ้มเซลล์หรือร่างกายมีระดับของกรดอะมิโนแอลคาร์นิทีนในปริมาณต่ำ ก็จะส่งผลทำให้กระบวนการในการเผาผลาญไขมันในร่างกายด้อยประสิทธิภาพตามไปด้วย และเมื่อกระบวนการดังกล่าวด้อยประสิทธิภาพลงก็ย่อมส่งผลต่อกระบวนการสร้างพลังงาน ทำให้เกิดอาการอ่อนเปลี้ยหมดแรงในรายผู้สูงอายุ

แอลคาร์นิทีน ที่นำมาใช้นั้นมีหลายลักษณะ เช่นผลิตภัณฑ์บรรจุเม็ดและสารน้ำ เป็นต้น โดยนำมาเป็นผลิตภัณฑ์เสริมที่ออกมาใช้และรู้จักกันอย่างแพร่หลายนั้นมีอยู่ 3 รูปแบบ

  • รูปแบบ 1  คือ แอล-คาร์นิทีน (LC) เป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายและมีราคาถูกที่สุด
  • รูปแบบ 2 คือ แอล-อะซิทิลคาร์นิทีน [L-acetylcarnitine(LAC)] เป็นเพียงรูปแบบเดียวที่นำมาใช้

          ในการรักษาโรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer) และโรคอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับความผิดปกติทางสมอง

  • รูปแบบ 3 คือ แอล-โพรพิโอนิลคาร์นิทีน[L-propionylcarnitine(LPC)] ซึ่งมีประสิทธิภาพสูง

          สุดในการรักษาอาการเจ็บหน้าอกและโรคที่เกี่ยวข้องกับหัวใจและใช้ได้ผลดีกับโรคที่เกี่ยวกับเส้นเลือด

แอลคาร์นิทีนกับการออกกำลังกายและการเล่นกีฬา (L-Carnitine for Exercise and Recovery)

     มีการนำ แอล-คาร์นิทีน มาใช้ในวงการกีฬามากมาย เนื่องจากเพิ่มความทน (Endurance) ในการเล่นกีฬาได้มากขึ้น ทั้งยังมีประสิทธิภาพในการเล่นกีฬาที่มากขึ้นเช่นกัน แอล-คาร์นิทีน ได้ถูกยอมรับทั่วโลกว่าใช้ได้ในกีฬาทุกประเภท โดยไม่ผิดกฏหมาย และไม่จัดเป็นสารกระตุ้นประเภทยาเสพติด (Dope) (2กรัม/วัน วันละ 1 – 2ครั้ง เป็นเวลา 28 วัน)

แอลคาร์นิทีนL-Carnitine กับการควบคุมน้ำหนัก

มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการใช้ แอล-คาร์นิทีน ในกลุ่มผู้ที่มีน้ำหนักเกินเพิ่มมากขึ้น และมีรายงานการวิจัยมากมายที่ยืนยันสมมุติฐานที่ว่า แอล-คาร์นิทีน สามารถทำให้น้ำหนักตัวลดลงได้ (รวมทั้งค่า BMI ลดลงด้วย) โดย แอล-คาร์นิทีน จะไปช่วยเพิ่มการเผาผลาญไขมันในร่างกาย ทำให้ร่างกายมีพลังงานเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังพบด้วยว่า แอล-คาร์นิทีน ยังช่วยลดในเรื่องความอยากอาหารได้อีกด้วย (2กรัม/วัน) วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 12 สัปดาห์)

 

ประโยชน์L-Carnitine

* ช่วยลดน้ำหนัก: การใช้แอล-คาร์นิทีนร่วมกับการควบคุมการรับประทานอาหารประเภทแป้ง และไขมัน จะทำให้น้ำหนักลดลงได้ โดยไม่ก่อให้เกิด  yo-yo effect

* โรคหลอดเลือดหัวใจ: การใช้แอล-คาร์ นิทีนควบคู่กับการรักษาแผนปัจจุบัน ทำให้ผู้ป่วยสามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ในระยะเวลาที่ยาวนานขึ้น และยังช่วยลดโอกาสในการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวได้อีกด้วย

* โรคปวดขาเป็นระยะเนื่องจากการขาดเลือด: สาเหตุ ของโรคปวดขาเป็นระยะเนื่องจากการขาดเลือด เกิดจากการที่หลอดเลือดแดงมีการอุดตัน ทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงบริเวณขาไม่เพียงพอ มักจะมีอาการแสดงคือ ปวดเกร็ง หรือเป็นตะคริวที่ขาในขณะที่เดินหรือออกกำลังกาย มีการศึกษาพบว่าในผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ การได้รับแอล-คาร์นิทีนเสริมจะทำให้ผู้ป่วยมีความสามารถในการออกกำลังกายได้ นานขึ้น และประสิทธิภาพการทำงานของกล้ามเนื้อดีขึ้น

* โรคตับอันเกิดจากแอลกอฮอล์: การใช้แอล-คาร์นิทีนจะช่วยลดการสะสมของไขมันในตับ ซึ่งเป็นการป้องกันและฟื้นฟูตับที่ถูกทำลายจากแอลกอฮอล์

* โรคความจำเสื่อมหรืออาการหลงลืม: การใช้แอล-คาร์นิทีนในผู้สูงอายุ จะช่วยชะลอ หรือบรรเทาอาการของโรคความจำเสื่อม หรืออาการหลงลืมได้

* กลุ่มอาการอ่อนแรงเรื้อรังแบบไม่ทราบสาเหตุ (Chronic Fatigue Syndrome): ผู้ป่วยที่มีอาการอ่อนแรงเรื้อรังแบบไม่ทราบสาเหตุ เมื่อได้รับแอล-คาร์นิทีนเสริมเป็นระยะเวลานาน 4-8 สัปดาห์ จะช่วยให้มีอาการดีขึ้นได้

* การเป็นหมันในผู้ชาย: การใช้แอล-คาร์นิทีนจะช่วยเพิ่มจำนวนสเปิร์ม และทำให้สเปิร์มเคลื่อนไหวได้ดียิ่งขึ้น

* ระดับไขมันในเลือดสูง: การใช้แอล-คาร์นิทีนจะช่วยลดระดับ cholesterol และ triglyceride ซึ่งเป็นไขมันชนิดที่ไม่ดี และเพิ่ม HDL ซึ่งเป็นไขมันชนิดดี

* ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการออกกำลังกาย: การใช้แอล-คาร์นิทีนจะทำให้มีความทนทานในการออกกำลังกายมากขึ้น

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

กรดแอลฟาไลโปอิค ( Alpha lipoic acid–ALA )

 คือเป็นกรดไขมัน ต้านอนุมูลอิสระ ที่ร่างกายสร้างได้เองตามธรรมชาติ แต่เมื่ออายุมากขึ้นหรือภาวะอ่อนแอ ทำให้การสร้างลดลง
ALA พบในสิ่งมีชีวิตทุกชนิด มีปริมาณเล็กน้อย สามารถกำจัดอนุมูลอิสระได้สูง และช่วยซ่อมสร้างวิตามินซี และอี ตลอดจนโปรตีนที่ถูกอ็อกซิไดส์ได้ด้วย
มี คุณสมบัติพิเศษคือ ละลายได้ทั้งในน้ำ และน้ำมัน จึงสามารถดูดซึม แทรกซึมเข้าสู่เซลล์ทั่วร่างกาย ตลอดจนผ่านแนวกั้นในสมอง (blood brain barrier) ได้ดี ทำให้ร่างกายนำไปใช้ประโยชน์ได้เต็มที่
พบ ALA ได้ในมันฝรั่ง เนื้อแดง เครื่องใน ยีสต์ ผักโขม ผักปวยเล้ง และตับ แต่อาจไม่เพียงพอเพื่อผลการรักษา บางคนจึงต้องใช้เสริมจากภายนอกในการบำบัดโรคต่างๆ
.........................................................................................................................................................................................
 

ประโยชน์ของ ALA   - ต่อต้านอนุมูลอิสระในเซลล์ได้ทั่วร่างกายและมีฤทธิ์แรงกว่าสารต้านอนุมูล อิสระชนิดอื่นๆ คือมีฤทธิ์แรงกว่า CoQ10 ถึง 4-5 เท่า และแรงกว่าวิตามินอี วิตามินซี 50 เท่า -   ช่วยทำให้สารต้านอนุมูลอิสระอื่นๆที่อยู่ในร่าง กาย นำกลับมาใช้ใหม่ในร่างกายได้อีกครั้ง เช่น ทำให้กากของวิตามินอี วิตามินซี วิตามินเอ กลูตาไธโอน CoQ10 และอื่นๆ ถูกนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีกครั้ง -   ช่วยต่อต้านอนุมูอิสระในบริเวณสมองของเราได้ดีที่สุด ช่วยป้องกันโรคทางสมองต่างๆ -   ช่วยเพิ่มระดับสารกลูตาไธโอนในตับ จึงช่วยล้างพิษตกค้างในร่างกายออกไปได้อย่างรวดเร็ว และมีผลต่อการลดจุดด่างดำที่ผิวหนัง และชะลอความเสื่อมที่ผิวหนังได้ดีเยี่ยม -   ชะลอความเสื่อมของเซลล์ได้ดีกว่าสารตัวอื่น มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ลดขนาดรูขุมขน ลดการทำลายจากรังสียูวี -   ช่วยลดริ้วรอยทำให้ผิวมีสุขภาพดีขึ้น ซึ่งมีการทดลองในกลุ่มตัวอย่างยืนยันว่า กรดอัลฟาไลโปอิกช่วยลดริ้วรอยตื้นๆได้มากกว่า 50% อีกทั้งยังทำให้แผลเป็นเนียนเรียบและหายเร็วขึ้น-

ทำงานส่งเสริมอินซูลิน ในการช่วยกวาดเก็บ นำมาใช้ และเก็บกักน้ำตาลในเลือด มีการศึกษาที่แสดงว่า oxidative stress มีผลในการเกิดอาการดื้อต่ออินซูลิน ที่เซลล์กล้ามเนื้อ แต่เมื่อเซลล์ได้รับ ALA จะได้รับการปกป้องจากอนุมูลอิสระได้ ALAช่วยให้ผู้ป่วยเบาหวานตอบสนองต่ออินซูลิน บทบาทที่เพิ่มประสิทธิภาพของอินซูลิน ต่อน้ำตาลในเลือด ทำให้ใช้บำบัดผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน

- ตัวจับกับโลหะหนักที่เป็นพิษต่อร่างกาย เช่น ตะกั่ว แคดเมียม สารหนู ปรอท แล้วขับออกจากร่างกาย (Chelation) อีกทั้งคุณสมบัติที่ซึมผ่านแนวกั้นสมองได้ทำให้เชื่อว่าน่าจะมีบทบาทเข้าไป ช่วยนำโลหะหนักออกมาขับทิ้ง ผ่านตับ หรือไตได้

- ช่วยลดอาการปวดแสบร้อนในปาก เหมือนกินพริก เข้าใจว่าอารมณ์แปรปรวนในวัยทอง การลดลงของฮอร์โมน หรือมีโรคของระบบประสาท หนึ่งในสามเกิดหลังทำฟัน การติดเชื้อยีสต์ (candida albicans) การขาดวิตามินบีต่างๆ และสังกะสี

-มีงานวิจัยว่า ALAมีผลอย่างไรกับเอนไซม์ APK (activated protein kinase enzyme)  ซึ่งพบในสมองส่วนไฮโปทาลามัส น่าจะมีหน้าที่สำคัญต่อความอยากอาหาร APK เพิ่มขึ้นเมื่อ เซลล์ต้องการพลังงานมากขึ้น ซึ่งอาจไปเพิ่มความอยากอาหารคนอ้วน ส่วนมากไม่ตอบสนองต่อ Leptin ซึ่งนำมาใช้เป็นฮอร์โมนต่อต้านความอ้วน แต่ ALA พอที่จะให้ความหวังได้ โดยสัตว์ทดลองมีอัตราเผาผลาญสูงขึ้นด้วย กลูโคสและไขมันถูกเผาผลาญมากขึ้น